สั่งปลดกุนซือบอล
ดูบอลสด

สั่งปลดกุนซือบอล

เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน “คริสตัล พาเลซ” ได้ตัดสินใจทำการ สั่งปลดกุนซือบอล “แฟรงค์ เดอ บัวร์” อดีตตำนานของ ฮอลแลนด์ ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม หลังตำนานอัศวินสีส้ม พาทีมคริสตัล พาเลซ ทำผลงานได้อย่างย้ำแย่  เพราะพี่แกเล่นคุมทีม 4 นัดแรกของฤดูกาลนี้ด้วยการแพ้รวดทั้ง 4 นัด สร้างสถิติใหม่ในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก โดยการแพ้รวด 4 เกมติด แล้วไม่สามารถทำประตูคู่แข้งได้ นับตั้งแต่ปี 1992

หลังจากที่ได้ปลด “เดอ บัวร์” ออกและได้ “ฮอดจ์สัน” เข้ามารับตำแหน่งแทน เพื่อที่หวังจะถอนคำสาป จากสถิติดังกล่าว แต่เมื่อ “ฮอดจ์สัน” ได้ก้าวเข้ามาคุมทีมปราสาทเรือนแก้ว คำสาปดังกล่าวที่ทุกคนคิดว่าจะถูกปลดออก  ก็ต้องกายมาเป็นเพิ่มสถิติไปอีก จากเดิม 4 นัด ก็กายมาเป็น 5 นัด  เพราะงานแรกของเขาคือการเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ทีมนักบุญ เซาแธมป์ตัน โดยที่แพ้คาบ้านไปด้วยผลบอล 1 ประตูต่อ 0 แต่ก็อย่างว่าฮอดจ์สันพึ่งจะเข้ามารับงานสานต่อเพียงไม่กี่วัน ความเตรียมพร้อมจึงมีเวลาศึกษาคู่แข่งและลูกทีมน้อยเกินไป เราจึงไม่ควรที่จะถือโทษโกดกุนซือป้ายแดงคนนี้   แต่เกมในนัด 2  ที่ “ฮอดจ์สัน” ต้องพยายามยิงประตูให้ได้เพียง 1 ลูกเท่านั้น ปราสาทเรือนแก้ว ก็จะถูกปลดจากคำสาปนี้ แต่เขาดันไปโดนงานยาก ที่จะต้องออกไปเยือน ทีมอันดับ 1 ของตาราง แมนฯซิตี้ ที่ฟอร์มการเล่นที่ผ่านมา 5 นัด ถล่มประตูคู่แข่งไปแล้วถึง 18 ประตู เสียประตูเพียงแค่ 2 ลูกเท่านั้น และเกมการแข่งขันก็เป็นไปตามคาด “คริสตัล พาเลซ” เพิ่มสถิติให้แก่สโมสรไปอีก 1 นัด รวมทั้งหมด 6 นัดแรกของฤดูกาลนี้  พาเลส แพ้ไปแล้ว 6 นัดกินเต็ม 0 แต้ม 0 คะแนน พาเอาเซียนแทงบอลทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นแทงบอลโต๊ะ, แทงบอลออนไลน์ รับทรัพย์กันแบบเต็มๆ ก็จะไม่กินเต็มได้อย่างไร ก็พี่แกเล่นลงสนามกันไป 540 นาที ไม่สามารถยิงได้สักประตู

เรามาคอยดูกันว่า “คริสตัล พาเลซ” จะต้องเปลี่ยนโค๊ชกันอีกไหม ถึงจะได้ประตูแรกของสโมสรมาจารึกอยู่บนตารางคะแนน ในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

แข้งบอลแจ้งเกิด วงการลูกหนัง

ตำนาน 10 แข้งบอลแจ้งเกิด ในศึก 2 ยักษ์  ตอน 4 เรื่องในอดีต บางเรื่องก็น่าจดจำ  บางเรื่อง ก็อย่าจำเลยดีกว่า เหมือนกับศึก  เอล กลาซิโก้ ศึกลูกหนังของ 2 ยักษ์ใหญ่แดนกระทิงดุ ที่เป็นแหล่งแจ้งเกิดของเหล่าตำนานนัดเตะของโลก ซึ่งตอนที่แล้วได้พูดถึงลำดับที่ 3 แล้ว มันนี้ มาดูซิว่าอันดับ 2 และ 1 จะเป็นใคร

1.โยฮัน ครัฟฟ์ ( ปี 1974 )

ผลพวงจากการเมือง เป็นเหมือนคบื่นใต้นนำ ที่ส่งผลกระทบสู่วงการฟุตบอลของสเปน  โยฮัน ครัฟฟ์ ได้ปฏิเสธการย้ายทีมาร่วมทีม เรอัล มาดริด เนื่องจากความเห็นส่วนตัว ที่ไม่ชอบ นายพลฟรังโก ที่คอบเป็นผู้สนับสนุนทีมชุดขาวมาโดยตลอด แถมยังตกย่ำฝังแค้นให้ทีมราชัน ด้วยแอสส์ซิท 3 ลูก และยิงปิดเกม อีก 1 ลูก ทำให้ทีม “อาซูลกราน่า” มีชัยเหนือฝั่งราชัน และพระเอกของงานก็คงไม่พ้น โยฮัน ครัฟฟ์ ซึ่งสมกับแข้งรางวัลบัลลังดอร์ จริง ๆ

2.อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน ( ปี 1953 )

ดิ สเตฟาโน เคยเป็นดาวเตะของทั้ง 2 ทีมคู่ แต่มีอยู่ช่องงนึงที่แนข่าวดัง ถูกมองว่าใช้เส้นสายในการเซ็นสัญญาย้ายมาอยู่ทีม ราชันชุดขาว และได้ลงเล่น เอล กลาซิโก้ครั้งแรกในชีวิต  ดิ สเตฟาโน เป็นตัวหลักในการพาทีมชุกข้าวค้าวแชมป์ในปีนั้น ด้วยการยิงไปถึง 4 ลูกเลยทีเดียว  มีหลายคนบอกว่า เมสซี่ เป็นนักเตะที่เก่งที่สุดของศึก เอล กลาซิโก้  ใช่นั่นเรื่องจริง แต่การยิงถึง 4 ประตูในนัดเดียว ก็เป็นสิ่งที่ เมสซี่ ยังทำไม่ได้เหมือนกัน

ดูบอลในค่ำคืนนี้ “เหยี่ยวลิสบอน” รอ “ปีศาจแดง”

ดูบอลในค่ำคืนนี้ เวลา  01.45 น. ตามเวลาประไทย  ศึกการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของกลุ่มA   เจ้าถิ่น“เหยี่ยวลิสบอน” เบนฟิก้า เฝ้ารังเหยี่ยว รอการมาเยือนของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  จ่าฝูงของกลุ่มA  เหล่าเซียนพนันบอลที่ยังไม่รู้ว่าจะจิ้ม สิงห์หรือหมาป่า แล้วละก็ วันนี้ผมมี สถิติต่างๆของทั้ง 2 ทีมมาฝาก เผื่อจะทำให้การเดิมพันครั้งนี้มันตัดสินใจได้ง่ายขึ้น  https://www.cantorburger.com

สถิติย้อนหลัง 6 นัด ที่ผ่านมาของ ทั้ง 2 ทีม

เจ้าบ้าน : เบนฟิก้า : 6 นัด ที่ผ่านมา

เหยี่ยวลิสบอน “เบนฟิก้า”  : สถิติ 6 นัดล่าสุด “เบนฟิก้า”  ชนะเพียง 2 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้มากถึง 3 นัด

  1. วันที่ 1 ตุลาคม 2017 : โปรตุกีส พรีไมร่า ลีกา เบนฟิก้า เดินทางไปเสมอ 1-1 ประตูกับ มาริติโม่
  2. วันที่ 27 กันยายน 2017 : ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลุ่ม เอ เบนฟิก้า บุกไปแพ้อย่างถล่มทลายให้กับ บาเซิล 0-5 ประตู
  3. วันที่ 23 กันยายน 2017 : โปรตุกีส พรีไมร่า ลีกา เบนฟิก้า เปิดบ้านคว้าชัยจาก พี เฟอร์ไรร่า 2-0 ประตู
  4. วันที่ 16 กันยายน 2017 : โปรตุกีส พรีไมร่า ลีกา เบนฟิก้า เดินทางไปพ่ายให้กับ โบวิสต้า 1-2 ประตู
  5. วันที่ 12 กันยายน 2017 : ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลุ่ม เอ เบนฟิก้า แพ้ให้กับ ซีเอสเคเอ มอสโกว 1-2 ประตูคาบ้านของพวกเขา
  6. วันที่ 8 กันยายน 2017 : โปรตุกีส พรีไมร่า ลีกา เบนฟิก้า เอาชนะ ปอร์ติโมเนนเซ่ 2-1 ประตูในบ้าน

ทีมเยือน : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : 6 นัด ที่ผ่านมา

ปีศาจแดง “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด”  :  สถิติ 6 นัดล่าสุด “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ชนะ 5 นัดรวด อีก 1 นัดเสมอ

  1. วันที่ 14 ตุลาคม 2017 : พรีเมียร์ ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอแบบไม่มีประตูกับ ลิเวอร์พูล
  2. วันที่ 30 กันยายน 2017 : พรีเมียร์ ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม คริสตัล พาเลซ 4-0 ประตู
  3. วันที่ 27 กันยายน 2017 : ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลุ่มเอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปคว้าชัยจาก ซีเอสเคเอ มอสโกว 4-1 ประตู
  4. วันที่ 23 กันยายน 2017 : พรีเมียร์ ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเอาชนะ เซาธ์แธมป์ตัน 1-0 ประตู
  5. วันที่ 20 กันยายน 2017 : คาราบาว คัพ รอบที่ 3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านคว้าชัยจาก เบอร์ตัน อัลเบี้ยน 4-1 ประตู
  6. วันที่ 17 กันยายน 2017 : พรีเมียร์ ลีก แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ถล่ม เอฟเวอร์ตัน 4-0 ในบ้านของพวกเขา

ตามตารางบอลเจลีก

ฟุตบอลญี่ปุ่น ทีมที่มีโปรแกรมฝึกซ้อมกลับมาฟิตเครื่องหนัก ตามตารางบอลเจลีก ซานเฟรซเช่ เตรียมเรียกตัวนักเตะกลับมาลงสนาม ลุ้นดูบอลกลางสัปดาห์ เรียกตัว “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดาดาวยิงสัญชาติไทยลงสนามลงแข่งชิงถ้วย เลอแวง คัพ รับมือ อูราวะ เรดไดมอนส์ วันพุธที่ 4 เมษายน นี้

สถิติด้านการแข่งขันซานเหรชเช่ ฮิโรชิม่า ครั้งก่อนบุกไปเอาชนะ คาวากิ ฟรอนตาเล่มาได้ 1-0 ของศึกการแข่งขันเจลีก นัดที่ 5 เมื่อช่วงสิ้นเดือนมีนาคม ที่ผ่านมาทำให้ตอนนี้

“พลธนูม่วง” รั้งเป็นจ่าฝูงของตารางคะแนน ด้วยผลงาน ชนะ 4 เสมอ 1 นัด มี 13 คะแนน ล่าสุดขึนพลนักเจะทีมซานแฟรชเช่ ฮิโรชิม่า ได้เดินทางกลับสู่ถิ่น  พร้อมกับ ลงฝึกซ้อม เมื่อช่วงบ่ายเวลา 13.00น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่สนามโยชิดะ ซ็อกเกอร์ โคเอน ท่ามกลางสภาพอากาศที่เย็นสบาย รวมถึง มีแฟนบอลเข้ามาให้กำลังใจการฝึกซ้อม กันอย่างหนาตา เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมาโค้ชฮิโรชิ โจฟูกุ ผู้คุมการฝึกซ้อม จัดการแบ่งทีมเป็น 2 ทีม จัดแบ่งผู้ลงสนามเจอทีม ฟรอนตาเล่ ไปฟื้นหูร่างกาย ส่วนผู้ที่ไม่ได้ลงสนามก็ซ้อมตามโปรแกรมบอลปรกติอย่าง “มุ้ย” ธีรศิลป์ ลงซ้อมตามดปรแกรมฝึกความยืดหยุ่ยร่างกาย ความคล่องตัว และต่อบอลเป็นจังหวะจากนั้นแบ่งข้างลงทีม เล่นสนามเล็ก โดยบังคับให้มีล้ำหน้า เพื่อฝึกการประกบตัว รวมถึง หาจังหวะเข้าทำสกอร์ ปิดท้ายด้วย นักเตะที่เป็นตัวสำรองในเกมเจลีก นัดที่ผ่านมา ไปวิ่งเพิ่มสมรรถภาพเพื่อรักษาความฟิต ใช้เวลาการฝึกซ้อมประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ

เกมบอลนัดที่สอง

เกมบอลนัดที่สอง ครั้งสุดท้ายของทีมชาติไทย ปิดฉากลงไปแล้วอย่างสวยงามเมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 ตุลาคม 2560 ผลบอลไทยคว้าชัยเหนือเคนยา ทีมอันดับ 88 ของโลกลงได้สำเร็จ และนี่คือประเด็นที่ใครหลายคนจับตามองหลังจบการแข่งขันครั้งนี้

  1. กองหน้าของไทย ธีรศิลป์ แดงดา ยังคงแสดงฟอร์มได้ยอดเยี่ยมเหมือนเคย การวิเคราะห์บอลของเขาดูเยือกเย็นแม้เกมการแข่งขันจะกดดันเพียงใดเขาสามารถปัดบอลลูกยิงของ บดินทร์ โดยล็อกหลบโกล์ก่องสังหารไปอย่างง่ายดาย
  2. การจัดโปรแกรมการแข่งขันนี้ปรกติจัดขึ้นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน แต่นัดอุ่นเครื่องนี้ย้ายกองพลไปลงแข่งที่สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม ทำให้เราเห็นถึงความแตกต่างกองเชียร์ชัดเจน อนาคตวางแผนว่าหากเป็นนัดกระชับมิตรลองตระเวนจัดสนามอื่นในประเทศบ้าง ทางเรามีสนามอื่นที่ได้มาตรฐานหลายแห่ง ซึ่งการเปลี่ยนสนามนี้น่าช่วยเพิ่มบรรยากาศกองเชียร์กลับมาคึกคัก
  3. การคุมนี้ครั้งนี้กุนซือ ราเยวัช ยังคงเปลี่ยนรูปแบบวิเคราะห์บอลแบบเดาใจยากโดยคุ่เซ็นเตอร์ก่อนหน้านี้ใช้งาน พรรษา ประกบคู่เฉลิมพงษ์ แต่ในเกมเจอเมียนมาใช้งาน พรรษา ประกบกับ อดิศร แน่นอนว่าการวางเกมนี้พรรษา เป็นตัวหลักแน่นอน 1 คน เกมครั้งต่อไปถือว่าเป็นการบ้านหลักของเขาที่จะต้องเลือกกองหลังที่ดีที่สุดมาช่วยเสริมแผนทัพ
  4. ก่อนหน้านี้ทีมชาติไทยยังไม่เคยทำผลงานชนะทีมระดับ 1 ใน 100 ของโลกได้เลย การชนะเคนยา ทีมระดับ 88 นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเจอกับคู่แข่งที่เก่งกว่านี้ในเอเชียน